Organization Chart ของ รพ. เอกชน

Overview

ทุกองค์กรต้องมีผังองค์กรเพื่อ

  1.  บอกขอบเขตงานทั้งหมดในองค์กร ว่ามีงานอะไรบ้าง
  2. กำหนดว่าใคร มีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ อะไร ต้องมี KPI หรือการคาดหวังผลการทำงานเป็นอย่างไร  การให้ค่าตอบแทน การให้รางวัล การลงโทษ ใครเป็นหัวหน้าใคร ใครเป็นลุกน้องใคร จะปกครองดูแลกันอย่างไร ให้องค์กรสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด ตามเป้าหมายขององค์กร
  3. สำหรับองค์กรที่จะเข้าเป็นบริษัทมหาชน การจัดผังองค์กร ที่ดีที่เหมาะสมจะสร้างความชื่อถือ เชื่อมั่นให้ผู้ที่จะลงทุนในบริษัท

ธรรมชาติของการจัดผังองค์กร

  1. ต้องช่วยกันจัด ช่วยกันวาง อย่างมีเหตุมีผล มีหลักการ คนที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันจัด ไม่มอบให้ใครคนใดคนหนึ่งเป้นผู้ตัดสิน โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากคนที่เกี่ยวข้อง การจัดผังองค์กรที่ดีที่ถุกต้อง ช่วยประกันได้ว่างานขององคืกรจะเป็นไปได้ด้วยดี และมีโอกาสบรรลุผลสำเร็จในเป้าประสงค์
  2. มีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงในการจัดผังองค์กร
  3. การจัดผังองค์กรและรายละเอียด สามารถมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ได้ตามความเหมาะสม ตามสถานการณ์ ภาวะการณ์  การเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ อาจจะไม่ใช่ประเด็นหลักที่ต้องกังวล หากมี reasonable explaination

ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดผังองค์กร

  1. นโยบายเจ้าของหรือผู้บริหารระดับสูง
  2. ขอบเขตงาน
  3. กำลังคนที่มีอยู่ในขณะนั้น ในแต่ละช่วงเราอาจจะมีคนที่มีความสามารถหลากหลายแตกต่างกัน บางครั้งเราต้อง utilize ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์มากที่สุด จะว่ากันง่าย ๆ คือเราอาจจัดผังองคืกรตามคนที่มีอยู่ แต่ต้องอยู่บนหลักการที่ถุกต้อง
  4. งบประมาณในการจ้างคน
  5. แผนงานธุรกิจ แผนงานปฏิบัติการ ความเร่งด่วน priority ความซับซ้อน complexity ความอ่อนไหว sensitivity ความหนักหน่วง intensity

รูปแบบการจัดผังองค์กร และแนวคิดของผม

รูปแบบ

ที่เห็นได้บ่อย ๆ คือบอกแผนภูมิแบบลำดับชั้น .ใส่กล่องแต่ละตำแหน่ง ตำแหน่งสูง แล้วไล่ลงมา เช่น จาก Chief Level เป็น Director Level แล้วต่อด้วย Manger Level ะอาจบที่ ระดับ Supervisor

อีกแบบอาจจะมีกล่องตำแหน่ง และด้านล่างตามด้วยงานที่อยู่ใต้ความรับผิดชอบ

อีกแบบที่เจอไม่บ่อย คือเป็นกล่องบอกงาน จากกลุ่มใหญ่แล้วไล่เป็นกลุ่มเล็กลงเรื่อย ๆ

แนวคิดการจัดผังองค์กรของผม 

ธรรมชาติของงาน รพ. เอกชน

  1. งาน รพ. เอกชน เป็นเรื่องของความเจ็บไข้ได้ป่วย ทั้งกายใจ ทั้งผู้ป่วย ญาติ คนที่เกี่ยวข้อง มีอารมณ์ ความรู้สึก กังวล เครียด  อาฆาต พยาบาท มีความความหวัง มีบทร้องเรียนยามที่มีเรื่องไม่ได้ดังใจ ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ หรือตามที่ควรจะเป็น
  2. งานทุกอย่างเกี่ยวข้องกันเกือบทั้งหมด จะมากจะน้อย จะทางตรงทางอ้อม มีลักษณะเป้นเครือข่ายแมงมุม มี  connectivity , relation , relevant , effect ต่อกัน อย่างแยกไม่ออก เพราะฉะนั้นขอบเขตของงาน และคนที่ทำงาน ต้องรู้งานภาพรวม งานของตนเอง งานของคนอื่น และความสัมพันธ์ของงานและของคนแต่ละอย่าง Team Work สำคัญมาก
  3. งาน รพ. ต้องเน้นที่คุณภาพ ความปลอดภัย และการให้บริการที่ดี สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เราจัดผังองค์กรที่ดี ต้องเห็นงานให้ครบ ต้องวางคน ให้ถูกกับงาน ไม่มากไป ไม่น้อยไป ต้องไม่ทำให้บรรยากาศการทำงานเป็นลบหรือตึงเครียด ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่และอาจจะกระทบต่อ quality & safety  ได้
  4.  คนใน รพ. มี knowledge knowhow experience attitude passion background แตกต่างกันมารวมกัน คือรวมดาวมาอยู่ด้วยกัน ย่อมมีตัวตน มี id ego superego ซึ่งจุดมุ่งหมายก็คิดว่าอยากให้งานออกมาดีที่สุด อยากทำให้ดีที่สุด ดังนั้นเลี่ยงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดความเห็นต่าง และเกิดข้อขัดแย้ง ซึ่งความอาวุโส ตำแหน่ง หน้าตา ไม่ใช่พระเอกใน รพ. แต่ความปลอดภัย และคุณภาพ คือหลักการสูงสุด ที่ทุกคนต้องยอมรับและไปในทิศทางเดียวกัน การจัดผังองค์กรของ รพ. เอกชน จึงไม่ใช่เพื่อบริหารอำนาจ แต่เป็นการเอื้ออำนวยให้ทุกคนได้ทำงานร่วมกันให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในทุกมิคิ

แนวคิดการจัดผังองค์กรของผม 

  1. มีระดับขั้นของผู้บริหาร ขั้นต่างๆ อาจจะจัดเป็น ชั้น  1  ชั้น  2 และไล่ระดับลงไป
  2. -ขึ้นผังด้วย กลุ่มงานใหญ่ ๆ และแตกย่อย ๆ ลงไป
  3. จับคนในข้อ  1 มาใส่ในแต่ละกล่อง แต่ละคนอาจจะมีที่อยู่ได้หลายที่ หลายจุด โดยไม่คำนึงถึงระดับของงาน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความสามารถ โดยจะกำหนดว่าแต่ละกล่องานจะใส่ระดับใดเป็นอย่างต่ำลงไป ดังนั้นต้องมองภาพรวมว่าใครได้รับผืดชอบอะไร มี KPI อะไร  ใครบ้างจะเป็นคนประเมินผลงาน และมีเกณฑ์อะไรมาประเมิน
  4. ไม่ให้มีการทำงานแบบบริหารอำนาจ แต่เป็นการทำงานร่วมกัน ระดับสูงเอื้อให้ระดับรองได้ทำงานได้เต็มที่ คนระดับหัวๆ หรือระดับสูงต้องคุยกันตลอด update  กัน ไปในทิศทางเดียวกัน มีการสื่อสาร ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ให้ระดับล่าง ๆ หรือ รอง ๆ ลงมา มึน หรือสับสน
  5. งานต่างๆ ที่ต้องใช้คนหลากหลายสาขาวิชาชีพ มีความสำคัญ กระทบกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความเสี่ยง ความเสียหาย ในทุก ๆ เรื่อง การตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ  เกี่ยวเนื่อง เกี่ยวข้อง เป็นวงกว้าง ก็จะมีคระทำงาน ตั้งขึ้นมารับผิดชอบ
  6. ไม่ต้องการให้มีลำดับชั้นในแนวตั้งมาก แต่ต้องการให้มีการประสานกัน ทำงานร่วมกันให้ประสบความสำเร็จในแต่ละภาระกิจ
  7. ต้องสร้างระบบการทำงาน และสร้างคนทำงานที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณืที่จะสามารถตัดสินใจจัดการแก้ไขปัญหา หรือดำเนินงาน จัดการงานให้เรียบร้อยไปได้ด้วยดี ไม่พึ่งไม่อิงบุคคล แต่ต้องสร้าง Hospital Manaual; Bible ให้คนทำงานสามารถทำงานได้ถุกต้อง ตามหลักการ  ( Policy SOP protocol Procedure WI WP WF Check List Form Reference )

สายอำนวยการทำงาน  

ผมพยายามเลี่ยงคำว่าสายบังคับบัญชา แต่ละขอเรียกสายอำนวยการ ทำงาน เน้นว่า คนที่อยู่ระดับสูงต้องสนับสนุนให้คนระดับรองลงมาได้ทำงานอย่างเต็มที่

  1. ประธานบริหาร อาจจะมีงานบางอย่างที่อยู่ใต้ประธานบริหารโดยตรงแล้วเเต่หลักการและเหตุผล ของภาวะการณ์นั้น ๆ แต่บางงานเช่นงานตรวจสอบ งานลงทุนนอก รพ. งาน Outsource อาจขึ้นตรงกับประธานบริหารได้เลย
  2. คณะกรรมการบริหาร ซึ่งจะมี ระดับ ผู้อำนวยการ และผู้จัดการ ผู้ทรงคุณวุมฺ ประธานองคืกรแพทย์  และอื่น ๆ ที่เหมาะสม คณะกรรมการบริหารจะมีผู้อำนวยการ รพ. เป็นประธาน ทิศทางและการบริหารจัดการ รพ. จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคระกรรมการบริหาร รพ. หากมีข้อโต้แย้ง ประธานบริหารในข้อ  1 จะเป็น finali decision maker ทิศทางและนโยบายของคณะกรรมการบริหาร จะได้รับการถ่ายทอดและส่งมอบต่อให้หน่วยงาน และผู้ที่รับผิดชอบต่อไป ซึ่งจะแบ่งงานออกเป็น  4 กลุ่มงาน และคณะทำงาน
  3. ระดับของคนทำงาน อาจจะมีระดับผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง และผู้ปฏิบัติการ  ระดับผู้อำนวยการ ผู้จัดการ Supervisor นี่เเค่ตัวอย่าง บางที่อาจจะเรียกระดับ Chief Level  Director Level manager Level แล้วแต่จะตั้ง ตำแหน่งของผู้บริหารนั้น บางตำแหน่งชื่อจะบอกเลยว่าต้องเป็นใครต้องใช้วิชาชีพใด เช่น ผอ. ด้านการแพทย์ ต้องเป็นแพทย์ ผจก. ด้านบัญชี ก็ควรต้องจบบัญชีและมีใบอนุญาตทำบัญชี ตรวจสอบ ลงชื่อได้ แต่หลายตำแหน่งอาจจะไม่ต้องใช้คนที่ทำวิชาชีพโดยเฉพาะ แต่ใช้ตนที่เหทาะสมได้ เช่นพยาบาลที่ตั้งให้เป็นระดับ maanger สามารถส่งไปดูงานการตลาดได้ คนหนึ่งคนนอกจากงานในระดับสูงสุดของตนแล้วก็อาจจะไปทำในงานของระดับรองลงมาด้วย แต่คงตำแหน่งสูงสุดนั้นไว้ เช่น ผอ.แพทย์ ท่านเก่งเรื่องทำสื่อ ท่านก็อาจจะมาดูแลงานสื่อได้ ทั้งที่ต้องการแค่ระดับผู้จัดการ และแม้งานสื่อจะอยู่ใต้ ผอ.ด้านธุรกิจ ซึ่งสอง ผอ. ระดับเท่ากันก็จริง แต่เมื่อ ผอ. แพทย์มาทำงานสื่อ ก็ต้องรายงานต่อ ผอ.ด้านธุรกิจ ที่ดูแลภาพรวม ซึ่งแบบนี้จะเป็นตัวอย่างที่อยากชี้ให้ดูว่า เราเน้นการทำงานประสานแนวราบ เน้น Complete Mission แบบ Connectivity และการดึงสักยภาพของตนในองคืกรออกมาช่วยองค์กรมากที่สุด

คณะทำงาน 

สามารถตั้งขึ้นได้ตามความเหมาะสม ผมจะให้ตัวอย่างตามความจำเป็นที่จะต้องมี คณะทำงาน ที่จริงต้องใช้  Working Team แต่ชื่อมักจะเรียกว่า Committee มากกว่า

ในความเห็นผม 2 คำนี้ต่างกัน Committee มาพ่นมาออกความคิด แต่ไม่ค่อยทำอะไรออกมาเป็นสิ่งที่จำต้องได้ ต้องมีคระทำงานขึ้นมาอีก ก้เลยเวิ่นเว้อ คนสั่งแยะ คนทำงานอ้วก ดังนั้นจึงรวบเลย ทั้ง Committee และ Working Team เป็นทีมเดียวกัน โดยภาาาไทยชัด ๆ ว่าคณะทำงาน ภาษาอังกฤษก็ยังใช้ Committee

Medical Executive Committee 

Quality Committee 

Risk maangmeent  Committee 

Infectious Committee

Medicine & Medical Supplies Committee 

Budgeting Committee 

Cost & Charging Committee

 กลุ่มงานใน รพ. 

ตั้งมา  4 กลุ่มใหญ่ ให้เห็นภาพรวม และ ค่อยๆ ย่อยๆ ลงลึกละเอียด ไปเรื่อยๆ ที่จัดแบบนี้ทำเป็นกลาง ๆ แต่ละที่อาจจะมี เนื้อหาและบริบทไม่เหมือนกัน ปรับได้

Customer Service 

Clinical Service 

ผอ. แพทย์ รับผิดชอบโดยตรง งานทุกอย่างที่เกี่ยวกับ ตรวจรักษา บริบาล ให้คำปรึกษา อยู่ในนี้หมด

Diagnosis 

Treatment 

Clinical Supporting Service 

Medical Record

CSSD

Central Supply

Medical Equipment

Medical Engineering System

Linen

Non – Clinical Service 

Registration 

Reception 

Cashier 

Office of Revenue สำนักรายได้

ประสานสิทธิ์

ประเมินราคา

Medico – Financial Coordination

Third-Party Coordination

Utilization Review

 

 

 

Hospital Operating 

งานกายภาพ รพ.

งานสิ่งแวดล้อม

Administrative 

สำนักผู้บริหาร

งานธุรการ

งานบุคคล

งานกฏหมาย

Business Affair  

นโยบายและแผน

ปฏิบัติการการหารายได้

ปฏิบัติการ รายรับรายจ่าย